1. Skip to Menu
  2. Skip to Content
  3. Skip to Footer>

กรรมเล็กๆ ที่มักถูกมองข้าม

พิมพ์

เขียนโดย การะเกด วันศุกร์ที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๕๕

กรรมเล็กๆ ที่มักถูกมองข้าม

   ปีนี้การสอบธรรมศึกษาของแม่กองธรรมสนามหลวงล่ากว่าทุกครั้งเนื่องจากเหตุการณ์อุทกภัยครั้ง ใหญ่เมื่อปลายปีก่อนและปีนี้นับเป็นปีแรกที่ทางมหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐมจัดส่งนักศึกษาเข้าสอบอย่างเป็น กิจจะลักษณะรวมประมาณ 1,389 คน ในนามของสำนักเรียนวัดยานนาวา ใจหวิวๆ อยู่บ้างด้วยเกรงว่า นักศึกษาของเรา จะไปทำให้ผลสอบโดยภาพรวมของสำนักเรียนวัดยานนาวาต้องตกอันดับ จึงได้กำชับนักหนา ให้ผู้เข้าสอบทุกคนตั้งใจอ่านหนังสือและเอาจริงเอาจังให้มาก

   ถึงปลายเดือนกุมภาพันธ์ แม่กองธรรมประกาศผล ปรากฏว่าดีเกินกว่าที่คาดคิด นักศึกษาของ มหาวิทยาลัยสอบได้เป็นจำนวนมาก คิดเป็นร้อยละ 70.34

   ดังนั้นในชั่วโมงเช้าวันหนึ่งฉันจึงได้นำรายชื่อทั้งหมดมาให้นักศึกษาที่ฉันสอนได้ช่วยกันตรวจสอบและ ค้นหารายชื่อของตนเองและของเพื่อนในห้อง ไม่เลวเช่นกัน ส่งเข้าสอบ 40 คน ได้ถึง 36 คน จึงแสดงความ ชื่นชมกับพวกเขาอย่างออกนอกหน้าแม้จะเป็นเพียงแค่การสอบธรรมศึกษาชั้นตรี และอดที่จะภาคภูมิใจ กับตนเองไม่ได้กับความสำเร็จเล็กๆ อีกก้าวหนึ่งของความพยายามในการปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม

   แต่เพียงไม่ทันถึงครึ่งวัน ความปลาบปลื้มและภาคภูมิใจก็มลายสิ้น เมื่อพบว่ามี "การโกงการสอบ" เกิดขึ้น ทั้งๆ ที่มันเป็นเพียงแค่การทดสอบก่อนและหลังการเรียนเท่านั้น เนื่องจากนักศึกษาคนหนึ่งไม่ได้ เข้าชั้นเรียน เพื่อนผู้หวังดีคนหนึ่ง (เป็นหนึ่งในผู้สอบผ่านธรรมศึกษาเสียด้วย) ก็ทำข้อสอบส่งให้แทน ฉันเสาะหาทันทีว่านี่เป็นฝีมือของใคร ในที่สุดก็จับได้ เจ้าตัวยอมรับ ฉันคุยกับเขาหลายคำหลายประโยค เพื่อให้เขาได้คิดและได้สำนึกด้วยตนเอง ทั้งยังให้กลับไปคิดด้วยว่าควรจะถูกทำโทษสถานใด อย่างไร แต่เขากลับไปโกรธเพื่อนๆ ที่พูดความจริง

   ฉันนิ่งคิด ความรู้ทางศาสนาและหลักธรรมไม่ได้สอดรับกับพฤติกรรมทางศีลธรรมเสมอไป นึกถึงคำพูดของอาจารย์ประเวศ (วะสี) ศีลธรรมไม่อาจเกิดขึ้นได้ด้วยการสั่งสอน แต่เกิดจากการเห็น แบบอย่างที่ดี และการใช้สมองส่วนหน้าหรือการใช้ปัญญาในการคิดและไตร่ตรอง เพราะการสั่งสอน หมายถึง การชี้ถูกชี้ผิด การบอกทางให้เดินในลักษณะของการ "สั่งการ" แบบ "บนลงล่าง" หรือแบบสังคม อำนาจ คนที่ถูกสั่งสอนมาเช่นนี้ จึงใช้เป็นแต่สมองส่วนล่างสุดซึ่งเป็นสมองส่วนที่ตอบโต้กับสิ่งเร้าต่างๆ แบบ "เอาตัวรอด" เท่านั้น แต่ถ้าครูจัดการเรียนรู้โดยสร้างสถานการณ์ให้เขาได้คิดเอง หรือเรียนรู้ด้วยตนเอง ก็เท่ากับเป็นการเปิดโอกาสให้พวกเขาได้ใช้ความคิด ความรู้สึกและสติปัญญา

   กรณีที่ฉันกำลังเผชิญอยู่นี้ ถ้าจะมองอย่างง่ายๆ ก็อาจมองได้ว่า นี่ไม่ใช่การสอบเก็บคะแนน ไม่ใช่การสอบครั้งสำคัญ ไม่เห็นเป็นสาระที่จะต้องเอาผิดกับนักศึกษาผู้หวังดีกับเพื่อนคนนั้น แต่ฉันไม่อยาก ให้ทุกคนเห็นว่า "ไม่เป็นไร" เพราะการมองข้ามเรื่องเล็กๆ ว่า ไม่เป็นไร มักจะนำไปสู่การมองข้าม เรื่องที่มันใหญ่มากขึ้นเสมอ

   นี่เป็นเพียงการโกงในเรื่องเล็กๆ ในสังคมเล็กๆ แคบๆ แต่ถ้าทำได้สำเร็จครั้งแล้วครั้งเล่า จิตที่มักไหลลง สู่ที่ต่ำ (อันเป็นธรรมดาของมนุษย์) ก็จะพัดพาเขาให้ไปสู่การโกงและการหลอกลวงครั้ง ที่ใหญ่มากขึ้นๆ และในฐานะของครูผู้สอน ถ้าฉันเห็นว่าไม่เป็นไรเสียแล้ว ก็เห็นทีที่จะต้องตำหนิตัวเองด้วยว่า ตัวเรานั้นนับเป็น กลไกหนึ่งที่ร่วมสร้างการคอรัปชั่นให้กับสังคมไทย

   ถึงตอนนี้ จึงอดไม่ได้ที่จะนึกถึงการสนทนาธรรมกับท่านพระครูปลัดอานนท์ ในบ่ายวันหนึ่ง ฉันได้เล่า ให้ท่านฟังถึงปฏิปทาของพระรูปหนึ่ง ซึ่งเป็นอดีตนักการเมืองและรัฐมนตรีที่เคยถูกจำคุก และหลังจากพ้นโทษ แล้วก็ได้อุปสมบทเป็นพระและมีชื่อเสียงโด่งดังในฐานะวิทยากรที่ได้รับทั้งการยอมรับและการให้อภัย

โชคดีที่คนไทย "ลืมง่าย" และสังคมไทย ก็เป็น "สังคมไม่เป็นไร"

   ฉันเรียนถามท่านพระครูด้วยความสงสัยในเรื่อง "กฎแห่งกรรม" ว่า การเข้ารับโทษในคุกเป็นเวลา ประมาณห้าปีนั้น ถือว่าเป็นการใช้กรรมสิ้นแล้ว ใช่หรือไม่ ท่านยิ้มอยู่ในหน้า บอกว่า นั่นเป็นเพียงแค่เศษเสี้ยว เล็กๆ ของวิบากเท่านั้น เป็นแค่การถูกประจานหรือเป็นโทษทางบ้านเมืองที่ต้องชดใช้ แต่กรรมใหญ่ๆ อัน ทำให้คนยากจนต้องซื้อยาแพง ไม่มียาที่มีคุณภาพ และไม่มีโอกาสเข้าถึงสุขภาวะนั่นต่างหากที่ต้อง "รับ" แบบ "จัดหนัก" อย่างแน่นอน ฉันถามต่อไป การทำความดี ด้วยการบวชเป็นพระในวันนี้ พอจะลบล้างได้ หรือไม่ ท่านบอกให้ฉันกลับให้ไปคิดต่อ ดีจริงหรือ ดีแค่เพียงฉากหน้าหรือเปล่า หรือดีเพียงแค่หวังผลประโยชน์ บางประการ ถ้าดีจริงทำไมไม่แฉให้หมดทั้งขบวนการ กลไก ขั้นตอน วิธีการ อันจะนำไปสู่การสกัดกั้นทั้งระบบ

   คำพูดของพระป่าหนุ่ม มักจะรุนแรงเสมอในยามที่กล่าวถึงผู้นำหรือนักการเมืองที่ฉ้อฉล ... รุนแรง ในเนื้อหา ภายใต้ความปกติและความสงบในอารมณ์ ท่าที และน้ำเสียง ...

   ทั้งนี้ก็ด้วยความรักอันยิ่งใหญ่ต่อผืนแผ่นดินไทยและพระมหากษัตริย์ เป็นความรักที่ฝังรากลึกอยู่ใน ทุกชาติภพ แม้ว่าชาติสุดท้ายของการเป็นชายนักรบจะผ่านไปนานแล้ว แต่ความรักในชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์ก็ไม่เคยจะสั่นคลอน

  การสนทนาธรรมกับผู้ประพฤติธรรมเช่นพระป่ารูปนี้ จึงทำให้ฉันเชื่อมั่นมากขึ้นในสิ่งที่คิด ฉันว่า คิดถูกแล้วที่ควรให้บทเรียนแก่นักศึกษาผู้หวังดีคนนั้นบ้างเพื่อป้องกันเขามิให้ตกสู่บาปที่ใหญ่มากขึ้น

 

 

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่

การส่งความคิดเห็นของคุณ เราขอสงวนสิทธิ์เป็นดุลพินิจของทีมงานนะครับเพื่อง่ายต่อการเปลี่ยนแปลง, แก้ไข, เพิ่ม, หรือลบความคิดเห็นของคุณเหล่านี้และบางส่วนของข้อตกลงการใช้งานได้ตลอดเวลา โดยขออนุญาตไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้านะครับ สำหรับท่านใดอยากแก้ไขคอมเม้นท์ตัวเองต้องสมัครสมาชิกก่อนนะครับถึงจะแก้ไขปรับแต่งได้

รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช


เมนูหลัก

Warning: Parameter 1 to modMainMenuHelper::buildXML() expected to be a reference, value given in /home/veeranon/domains/veeranon.com/public_html/libraries/joomla/cache/handler/callback.php on line 99

สมาชิกเข้าสู่ระบบ





สมัครสมาชิกใหม่
*ลืม รหัสผ่าน หรือ ชื่อผู้ใช้

ตัวนับสถิติ

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้1847
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้1265
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้7705
mod_vvisit_counterสัปดาห์ที่แล้ว6185
mod_vvisit_counterเดือนนี้7705
mod_vvisit_counterเดือนที่แล้ว34452
mod_vvisit_counterทั้งหมด1165513

Your IP: 207.241.237.107
วันนี้ ๐๗ ธ.ค. ๒๕๕๖

Bookmark


ธรรมะบรรยาย วีดีโอธรรมะ หนังสือธรรมะ รวมรูปภาพ
 
คิดดี พูดดี ทำดี ชีวีมีแต่สุข ขออนุโมทนาในจิตกุศลของทุกๆท่าน
Youtube วัดป่าเจริญราช
Facebook วัดป่าเจริญราช